"อะนะ" ได้คำว่า อะนะ เนี่ย มันคือไรวะ พิมพ์มาทำไม มันแปลว่า เห็นด้วยเหรอ? รึว่า ไม่เห้นด้วยวะ เชื่อเหอะทุกคนต้องเคยเจอ ถ้าเจอคำนี้ไม่ต้องสนใจ มองผ่านไปเลย

"เหอๆ" คำนี้อีก เจอประจำ พวกที่ชอบพิมพ์คำนี้ สงสัยจังว่า เวลามันหัวเราะเนี่ย มันหัวเราะเสียงยังไง

" งุงิงุงิ " ก็เข้าใจนะว่ามันเป็นศัพท์วัยรุ่น แต่เดาไม่ออกจริงๆ ว่ามันหมายถึงอะไร

" ง่า " คือตกใจเหรอ หรือ แปลกใจ หรือว่า อะไรว๊ะ!!

" อืม" อันนี้เจอบ่อยสุด พวกขี้เกียจตอบ อืมๆ ไว้ก่อน บางทีไม่ถาม ไม่คุย มันก็อืม ส่งมาเฉยๆ..เซ็ง

" แง่ว " หากเปลี่ยนคำนี้เป็นท่าทางคงน่ารักตายยยย....

"เงียบ" ก็แค่หยุดพิมพ์ไป ไม่ถึง 30 วิ มันตามมาด้วยคำนี้เพื่อกดดันให้รีบตอบมัน

"......." ไม่ต่างจากเงียบ แค่บอกให้รู้ว่ามันยังอยู่ในโลกนี้ และรอการตอบจากเราอยู่

คำทั้งหมดที่กล่าวนี้ เป็นประสบการณ์ตรงที่เล่นเอ็มมาหลายปี และขอร้องเถอะ ให้กราบก็ได้ ว่าอย่าพิมพ์คำพวกนี้มาอีกเลย เซ็งมาก....

นรกในความคิด

posted on 09 Feb 2009 09:48 by mynameisgolf

ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า เข็มทิศชีวิต II เขียนโดย คุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง เล่มนี้เป็นเล่มที่ 2 แล้วครับ หลังจากที่ "เข็มทิศชีวิต" เล่มแรกออกมาได้ไม่นานก็ทำยอดขายได้ดีเยี่ยม (ซึ่งเล่มแรกผมไม่ได้อ่าน) ผมว่าหลายคนที่อาจจะไม่เคยแม้แต่จะหยิบหนังสือแบบนี้ แนวนี้ขึ้นมาเปิดดู ดูชื่อสิ เข็มทิศชีวิต มันน่าจะต้องเป็นเรื่อง จริงๆจังกับชีวิต แนว ธรรมะ จิตวิทยา อะไรทำนองนั้น จริงๆครับ ถ้าคุณหยิบขึ้นมาอ่าน มันก็เป็นทำนองนั้นแหละ ไม่รู้สิ เพราะอายุผมมากขึ้นด้วยรึเปล่า ที่ทำให้สนใจกับชีวิตตัวเองมากยิ่งขึ้น ในที่สุดผมจึงชอบหนังสือแนวนี้ เพราะทุกๆครั้งที่เปิดอ่าน มันทำให้เราได้กลับมามองชีวิตของตัวเองมากขึ้น

การอ่านหนังสือทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ ความคิด วิธีการ ของผู้อื่นได้ง่าย และรวดเร็วที่สุด ผมว่าหนังสือ เข็มทิศชีวิตII ให้มุมมองอะไรกับผมได้เยอะเลย เหมือนกับว่า อ่านแล้ว เรามีวิธีนำทางชีวิตของเราให้มันถึงจุดหมายได้อย่างมีความสุข ผมขออนุญาต หยิบเอาบางช่วงบางตอนที่ผมคิดว่า มันโดนใจผมจังเลย ซึ่งผู้เขียน กล่าวถึง นรก มาดังนี้ครับ

" บทเรียนตรงหน้า อาจจะดูโหดร้าย บีบคั้นรุนแรงราวกับนรก ถ้าเราคิดว่า นรกตรงหน้าเกิดขึ้นเพื่อลงโทษทำให้เราทุกข์ทรมาน เราเข้าใจผิด นรกตรงหน้าไม่ได้ต้องการลงโทษเรา แต่ต้องการที่จะสอนให้เรารู้ว่า ถ้าเรายังคิดแบบเดิม มีคุณภาพของใจแบบเดิม เราจะต้องติดอยู่ในนรกตลอดไป"

อ่านแล้วอึ้งเลย คิดได้งัยเนี่ย จริงด้วยแฮะ มันเป้นอย่างนั้นจริงๆ เอาไว้เตือนใจตัวเองเวลาเจอปัญหาได้ดีทีเดียว.... ยังไงก็ลองไปหาอ่านกันดูนะครับ อ้อ! ลืมบอกไปว่าผม ไม่ได้โฆษณา หรือ ทีส่วนได้ส่วนเสียอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่อยากให้ได้รับสิ่งดีๆจากหนังสือเล่มนี้เช่นเดียวกันครับ....

ผมรักพ่อกับแม่ครับ

posted on 30 Jan 2009 16:11 by mynameisgolf

ผมเคยอายนะที่เวลา แม่ไปหาที่โรงเรียนแล้วแต่งตัวไม่ดี แขนแม่มีแผลพุพอง เพราะโดนปูนกัด จากงานก่อสร้างของแม่ (ที่หาเลี้ยงผม ส่งผมเรียน) ผมเคยอายที่พ่อผมพูดจากับคนอื่นๆไม่ค่อยรู้เรื่อง คนอื่นมองว่าพ่อผมเป็นตัวตลกเหมือนคนไม่เต็ม แต่วันนี้ เวลานี้ผมอยู่คนละที่กับพ่อและแม่ทำไมผมรู้สึกว่าผมรัก และภูมิใจในตัวพ่อแม่ผมจัง ที่ทำให้ผมมีทุกวันนี้ และก็ยังมีอีกหลาอย่างที่นึกย้อนไปแล้วผมอยากทำให้พ่อกับแม่ครับ ผมอยากจะ...

เดินไปกอด แล้วก็หอมแก้ม พ่อกับแม่ เหมือนที่ผมทำตอนเด็กๆ แล้วไม่รู้ว่าเลิกทำตอนไหน ผมกอดแฟนทุกวัน แต่จำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่กอดพ่อกับแม่นั่นมันเมื่อไร

ซื้อลิปสติกราคาแพงๆที่สีแดงๆที่แม่ชอบ ให้แม่ใช้ เพราะว่าผมแอบเห็นแม่ใช้ไม้แคะลิปสติก ซึ่งดูจากลักษณะก็รู้ว่าราคามันคงถูกมากๆ มันเหลือจนหมุนออกมาทาไม่ได้แล้ว แต่แม่ก็ใช้ไม้แคะ มาทาปากเวลาจะออกไปงานสังคมแถวหมู่บ้าน และที่สำคัญมันเป็นแท่งเดิมที่ผมเห็นมันมาหลายปีแล้ว

พาแม่ไปซื้อสีทาเล็บ แบบที่มันถนอมเล็บหน่อย ผมรู้นะว่าลึกๆแล้วแม่ก็อยากซื้อของสวยๆงามๆอย่างที่ผู้หญิงเค้าซื้อใช้กัน ผมเคยพาแม่ไปเดินบิ๊กซี แล้วแม่อยากจะซื้อสีทาเล็บ (ขวดละ 9 บาท ) แม่ลองอยู่นาน จนหมดเล็บให้ลองแล้ว คิดว่าคงจะเลือกเอาสีที่ชอบจริงๆ หยิบมาได้สองสี กับน้ำยาล้างเล็บขวดละ 12 บาทอีก 1 ขวด ผมถามแม่ว่า "ทำไมไม่เอาหลายๆขวดล่ะ เดี๋ยวซื้อให้ ขวดละ 9 บาทเอง ถูกจะตาย" แม่บอกว่า "ไม่เอาเสียดายตังค์ แค่สองขวดนี้ก็ทาไปไม่รู้ถึงไหนแล้ว"

ซื้อขนมดีๆ อร่อยๆ ที่มันโฆษณาทางทีวีให้พ่อกับแม่กิน แล้วพ่อกับแม่จะได้รู้ว่า มันอร่อยอย่างที่เค้าโฆษณาไว้รึเปล่า ผมเคยซื้อเค้ก S&P ไปงานวันเกิดหลาน พอแม่ได้ชิม แม่บอกว่า อร่อยเนาะ เก็บไว้ให้พ่อมึง ซักชิ้นนะ  แล้วถามขึ้นมาว่า แพงมั้ยเนี่ย ผมบอกว่า "300 กว่าบาทเอง" แม่ทำหน้าตกใจ "โห ทำไมมันแพงขนาดนี้วะเนี่ย" รู้งี้กูซื้อขนมไข่ บ้านอีมี่ ตรงสามแยกเนี่ย ถุงละ 10 บาทเอง รึไม่ก็ขนมเปี๊ยะ ตลาดนัดเอาก็ได้ อันละ 10 บาทเองอร่อยด้วย พ่อมึงชอบกินจะตาย คราวหลังไม่ต้องซื้อมาแล้วนะ ของแพงๆแบบเนี๊ยะ! เสียดายตังค์ เก็บตังไว้ใช้อย่างอื่นดีกว่า... (ตอนนั้นที่แม่พูดผมไม่คิดอะไรหรอก แต่ตอนที่ผมกำลังนั่งพิมพ์อยู่เนี่ย ผมรักแม่ผมจัง)

ผมอยากซื้อรองเท้าให้พ่อ เอาแบบที่พ่อชอบ และใส่สบาย พ่อผมชอบรองเท้าที่มันเป็นแบบหูคีบ เพราะพ่อใส่แบบรองเท้าสวมไม่ได้ เวลาเดินรองเท้ามันจะหลุดนำหน้าพ่อทุกที แต่พอพาไปซื้อทีไร พ่อไม่เคยเลือกได้ซํกคู่ เพราะว่าราคามันสูงเกินไป คู่นึงตั้ง ร้อยกว่าบาท ไม่เอา เสียดาย เอาซัก 50-60 บาทก็พอ ไม่ได้ไปไหนบ่อย เอาธรรมดาก็พอเสียดายตังค์...(ตอนนี้ผมใส่คู่ละ 1,000 กว่าบาท ทำไมผมคิดไม่ได้เหมือนพ่อนะ)

พาพ่อกับแม่ไปกินอาหารดีๆ เหมือนในโฆษณาทีวี เช่น MK, ไก่เคเอฟซี,พิซซ่า,ไอศครีมเสวนเซ่น ฯลฯ อาหารพวกนี้คืออาหารที่พ่อแม่ผมคิดว่ามันหรูมาก แพง และไม่เคยกล้าเข้าเลย ครั้งนึงผมไปบิ๊กซี เมื่อเดินผ่านร้านไอศครีม ผมชวนพ่อกับแม่เข้าไปนั่งกิน พ่อกับแม่ไม่ยอม บอกผมว่า "ไม่เอาอายเค้า ดูแม่แต่งตัวสิ ในนั้นเค้ามีแต่ผู้ดีเค้ากินกัน กลับไปซื้อที่บ้านดีกว่า ตาผลขับรถมาขายทุกวัน อันละ 5 บาทเอง อิ่มด้วย มีขนมปังข้าวเหนียว พ่อมึงชอบแบบนั้นมากกว่า..."

ซื้อเสื้อผ้าสวยๆให้แม่ใส่ ผมรู้นะว่า แม่อยากแต่งตัวสวยๆเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง แต่เท่าที่จำได้ แม่ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆใส่มานานละ แม่บอกว่า "แพง เสียดายตัง เท่าที่มีในตู้ก็ใส่ให้มันหมดเถอะจะซื้อมาทำไมเยอะแยะ" แต่เท่าที่ผมดูตู้เสื้อผ้าของพ่อกับแม่ มีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ ที่ซื้อมานานมาก บางตัวเค้าก็ให้มา ถ้าแม่ชอบแบบใหนแม่จะใส่แบบนั้นบ่อย เวลาจะไปใหน แม่จะเอาเสื้อผ้ามาให้ผมรีด บอกว่า รีดให้หน่อย จะไปกินเลี้ยงงานบวชเค้า เพราะปกติ แม่ไม่เคยใส่เสื้แผ้ที่ต้องรีดเลย ...

ซื้อกุ้งตัวใหญ่ๆ ราคาโลละ 200-300 บาท เอาไปให้พ่อกับแม่กินให้หายอยาก แต่แม่บอกว่า "แพง เสียดายตังค์ ซื้อหมู รึไก่ดีกว่า โลละไม่ถึงร้อย ถูกกว่าตั้งเยอะ" ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ ไปตลาดแม่รู้ว่าผมกับน้องอยากกินกุ้ง แม่เลยถามซื้อเค้า แม่ค้าบอกว่า โลละ 150 แม่ผมเลยตัดสินใจซื้อมาสองขีด ผมกับน้องดีใจกันใหญ่ ว่าวันนี้จะได้กินกุ้งกันแล้ว ตกเย็นแม่กลับมาทำต้มย้ำกุ้ง (2 ขีดนั้นแหละ) ต้มแบบไม่ต้องแกะเปลือก เพราะว่ามันมีน้อย นึกย้อนไปมองภาพแล้ว กุ้ง 2 ขีดกับคนสี่คน ที่กินกันอย่างเอร็ดอร่อย สนุกสนาน หยอกล้อกันตามประสา วันรุ่งขึ้นไปคุยกับเพื่อนที่โรงเรียนว่าเมื่อวานแม่กูทำต้มย้ำกุ้งให้กินเชียวนะโว้ยยย...

เวลาผ่านนับสิบปีผ่านไป ผมเริ่มห่างกับพ่อแม่ตั้งแต่สมัยเรียน มหาวิทยาลัย ตอนนี้ผมมาทำงานต่างถิ่น ไม่ได้อยู่บ้านดูแลพ่อกับแม่เท่าไร เกือบทุกข้อที่ผมเล่าไปทั้งหมดนั้น ผมทำให้พ่อกับแม่มาหมดแล้ว แต่พ่อกับแม่ก็ยังพูดแบบเดิม ผมรู้นะว่าพ่อแม่ดีใจกับสิ่งที่ผมทำให้ พ่อแอบเอาเสื้อใหม่ไปลองแล้วลองอีกว่ามันพอดีมั้ย, แม่เก็บเสื้อผ้าราคาแพงๆที่ซื้อให้ไว้เป็นอย่างดี เพราะกลัวมันเก่า อยากเอาไว้ใส่งานสำคัญๆเท่านั้น..

แม่ครับ พ่อครับ ผมจะรีบทำงาน เก็บเงิน เอาไว้ทำให้พ่อแม่สบายมากที่สุดตอนแก่ พ่อกับแม่จะไม่ต้องไปขับรถเร่ขายกาแฟตามบ้านอีก ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องไปเปิดร้านยิงปืนตามงานวัดต่างๆให้มันง่วงนอนอีก ผมจะตั้งใจทำงาน ผมจะเป็นคนดี ผมจะทำตัวให้คนอื่นรักและเมตตา และ ครั้งต่อไปที่ผมกลับบ้าน ผมจะเข้าไปกอดแม่ กอดพ่อ หอมแก้มแม่ หอมแก้มพ่อนะ.....( ผมรักพ่อกับแม่นะ)